ทำไม รฟม. ต้องใช้อสังหาริมทรัพย์
รฟม. เป็นหน่วยงานของรัฐมีหน้าที่รับผิดชอบดำเนินการกิจการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนสำหรับบริการ ประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้งจังหวัดอื่น ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจร ลดการใช้พลังงานและลดระยะเวลาการเดินทาง ฯลฯ จึงมีความจำเป็น ต้องใช้อสังหาริมทรัพย์ในการดำเนินกิจการดังกล่าว
การมีกิจกรรมใดๆ ในบริเวณที่ดินในเขตพระราชกฤษฎีกาต้องได้รับอนุญาตหรือไม่
เมื่อพระราชกฤษฎีกามีผลใช้บังคับแล้ว การทำนิติกรรมใดๆ เกี่ยวกับที่ดินในเขตพระราชกฤษฎีกานี้ เช่น การซื้อขาย การโอน การจดทะเบียน ฯลฯ สามารถกระทำได้โดยไม่ต้องขออนุญาตจาก รฟม. แต่ก่อนที่ จะดำเนินการดังกล่าวควรต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเวนคืนการกำหนดลักษณะภาระ ในอสังหาริมทรัพย์จาก รฟม. ก่อน สำหรับการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างใด ๆ ในที่ดินภายในเขตพระราช กฤษฎีกา ควรที่จะต้องทำการตรวจสอบกับ รฟม. ก่อนดำเนินการต่อไป เนื่องจากกำหนดให้กำหนดเงิน ค่าทดแทนการเวนคืน/ค่าทดแทนภาระในอสังหาริมทรัพย์ให้แก่เจ้าของโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง ซึ่งมีอยู่ใน ที่ดินที่เวนคืนที่ต้องตกอยู่ภายใต้ภาระในอสังหาริมทรัพย์ในวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกา หรือได้ปลูก สร้างขึ้นภายหลัง โดยได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่เท่านั้น
รฟม. มีขั้นตอนในการให้บริการจัดการกรรมสิทธิ์ที่ดินมีอย่างไรบ้าง?
การจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินมีวิธีดำเนินการ 2 ลักษณะ ได้แก่
(1) การเวนคืนเพื่อให้ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ (ตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืน) มีขั้นตอนสรุป ดังนี้
(1.1) ประกาศใช้บังคับพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน
(1.2) เจ้าหน้าที่เข้าสำรวจอสังหาริมทรัพย์ โดยแจ้งเจ้าของ/ผู้ครอบครองล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน ก่อนวันเข้าสำรวจ
(1.3) คณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นกำหนดราคาอสังหาริมทรัพย์และเงินค่าทดแทนให้แก่ ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนตามกฎหมาย
(1.4) รฟม. เชิญเจ้าของมาตกลงทำสัญญาซื้อขาย ภายในกำหนด 60 วัน (หากพ้นกำหนด รฟม. จะวางเงินค่าทดแทน)
(1.5) รฟม. แจ้งผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนให้มารับเงินค่าทดแทนภายใน 15 วัน นับแต่ได้รับ หนังสือแจ้ง
(1.6) เจ้าของ/ผู้ครอบครองขนย้ายทรัพย์สินออกจากพื้นที่ภายใน 90 วัน นับแต่วันได้รับ เงินค่าทดแทน
(1.7) หากไม่พอใจจำนวนเงินค่าทดแทนสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับเงินค่าทดแทน
(1.8) หากไม่พอใจผลการอุทธรณ์ สามารถฟ้องต่อศาลปกครองภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ได้รับ แจ้งคำวินิจฉัยหรือนับแต่วันที่พ้นกำหนดเวลาที่รัฐมนตรีต้องวินิจฉัยให้แล้วเสร็จ
(2)การเข้าใช้อสังหาริมทรัพย์โดยไม่จำต้องได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์(การกำหนดลักษณะภาระใอสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดหาอสังหาริมทรรัพย์เพื่อกิจการขนส่งมวลชน) มีขั้นตอนสรุป ดังนี้
(1.1) ประกาศใช้บังคับพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะดำเนินการเพื่อกิจการ ขนส่งมวลชน
(1.2) เจ้าหน้าที่เข้าสำรวจอสังหาริมทรัพย์ โดยแจ้งเจ้าของ/ผู้ครอบครองล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน ก่อนวันเข้าตรวจสอบทรัพย์สิน
(1.3) คณะกรรมการกำหนดจำนวนเงินค่าทดแทนภาระในอสังหาริมทรัพย์กำหนดจำนวนเงิน ค่าทดแทนให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนตามกฎหมาย
(1.4) รฟม. เชิญเจ้าของมาตกลงทำสัญญากำหนดลักษณะภาระในอสังหาริมทรัพย์ ภายในกำหนด 60 วัน (หากพ้นกำหนด รฟม. จะวางเงินค่าทดแทน)
(1.5) รฟม. แจ้งเจ้าของ/ผู้ครอบครองมารับเงินค่าทดแทนภายใน 60 วัน นับแต่ได้รับหนังสือแจ้ง
(1.6) เจ้าของ/ผู้ครอบครองขนย้ายทรัพย์สินออกจากพื้นที่ภายใน 60 วัน นับแต่ได้วันรับ เงินค่าทดแทน
(1.7) หากไม่พอใจจำนวนเงินค่าทดแทนสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับเงินค่าทดแทน
(1.8) หากไม่พอใจผลการอุทธรณ์ สามารถฟ้องต่อศาลปกครองภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ได้รับ แจ้งคำวินิจฉัยหรือนับแต่วันที่พ้นกำหนดเวลาที่รัฐมนตรีต้องวินิจฉัยให้แล้วเสร็จ
การออกพระราชกฤษฎีกามีขั้นตอนดำเนินการอย่างไรบ้าง
การออกพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินมีขั้นตอนดำเนินการสรุป ดังนี้
(1) รฟม. เสนอร่างพระราชกฤษฎีกาไปยังกระทรวงคมนาคมพิจารณานำเสนอคณะรัฐมนตรี พิจารณาอนุมัติในหลักการ
(2) คณะรัฐมนตรีอนุมัติในหลักการของร่างพระราชกฤษฎีกาและส่งร่างพระราชกฤษฎีกาให้สำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา
(3) สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาเสร็จแล้วส่งไปที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อทูลเกล้าเสนอลงพระปรมาภิไธย
(4) นำพระราชกฤษฎีกาที่โปรดเกล้าฯ ลงพระปรมาภิไธยแล้วประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา
(5) พระราชกฤษฎีกามีผลใช้บังคับ เมื่อพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินมีผลใช้บังคับแล้ว กฎหมาย กำหนดให้ประกาศหรือเผยแพร่ให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป ในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือวิธีการอื่นใดที่ประชาชนทั่วไปเข้าถึงโดยสะดวก และให้นำไปปิดประกาศไว้โดยเปิดเผย ณ สถานที่ที่กำหนด ได้แก่ ที่ทำการของหน่วยงาน ศาลาว่าการกรุงเทพมาหนคร สำนักงานเขต ศาลฯ กลางจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ/กิ่งอำเภอ ที่ทำการกำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน ที่ทำการองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นที่อสังหาริมทรัพย์นั้นตั้งอยู่
การกำหนดค่าทดแทนอสังหาริมทรัพย์จะกำหนดให้แก่บุคคลใดบ้าง
การกำหนดค่าทดแทนอสังหาริมทรัพย์จะกำหนดให้แก่บุคคลต่อไปนี้
(1) เจ้าของที่ดิน/ผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิที่ต้องตกอยู่ภายใต้ภาระในอสังหาริมทรัพย์
(2) เจ้าของโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นที่มีอยู่ในที่ดินในวันที่ใช้บังคับพระราชกฤษฎีกา หรือที่ ได้ปลูกสร้างขึ้นภายหลังโดยได้รับอนุญาตจาก รฟม.
(3) บุคคลผู้เสียสิทธิในการใช้ทางวางท่อน้ำ ท่อระบายน้ำ สายไฟฟ้า หรือสิ่งอื่นที่คล้ายกันตามประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (มาตรา 1349 หรือมาตรา 1325) / บุคคลผู้เสียสิทธิในการใช้ อสังหาริมทรัพย์ที่ต้องตกอยู่ภายใต้ภาระในอสังหาริมทรัพย์ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายกำหนด
(4) ผู้เช่าที่ดิน โรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นในที่ดินที่ต้องเวนคืน/ที่ดินที่ต้องตกอยู่ภายใต้ภาระในอสังหาริมทรัพย์ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายกำหนด
(5) เจ้าของต้นไม้ยืนต้นที่ขึ้นอยู่ในที่ดินที่ต้องเวนคืน/ตกอยู่ภายใต้ภาระในอสังหาริมทรัพย์ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายกำหนด
(6) ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายกำหนด
การกำหนดค่าทดแทนพิจารณาจากหลักเกณฑ์ใดบ้าง
(1) การพิจารณากำหนดค่าทดแทนที่ดินที่ต้องเวนคืน กฎหมายกำหนดให้คำนึงถึงราคา สภาพ เหตุ และวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ประกอบกัน
(1.1) ราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดในวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกา
(1.2) ราคาประเมินที่ดินของทางราชการที่กำหนดขึ้นเพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีที่ดินและ สิ่งปลูกสร้าง
(1.3) ราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
(1.4) สภาพและที่ตั้งของที่ดินนั้น
(1.5) เหตุและวัตถุประสงค์แห่งการเวนคืน
ทั้งนี้ หลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดเงินค่าทดแทนให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
(2) การพิจารณากำหนดค่าทดแทนที่ดินที่ต้องตกอยู่ภายใต้ภาระในอสังหาริมทรัพย์ กฎหมาย ให้กำหนดโดยคำนึงถึง
(2.1) ราคาของอสังหาริมทรัพย์ ณ วันที่คณะกรรมการกำหนดเงินค่าทดแทน
(2.2) ขนาด ที่ตั้ง สภาพ และลักษณะการใช้ประโยชน์ที่เจ้าของ/ผู้ครอบครองอาจมีได้
(2.3) สภาพการใช้ที่ดินในบริเวณใกล้เคียง
(2.4) สภาพและลักษณะของภาระที่เกิดขึ้นแก่อสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากการเข้าใช้อสังหาริมทรัพย์ นั้น
(2.5) ผลประโยชน์หรือความเสียหายที่เจ้าของ/ผู้ครอบครองได้รับจากการเข้าใช้อสังหาริมทรัพย์นั้น
ทั้งนี้ หลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดเงินค่าทดแทนให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
การประกาศราคาที่กำหนดทำอย่างไร
เมื่อได้มีการกำหนดราคาค่าทดแทนการเวนคืนแล้ว กฎหมายกำหนดให้ประกาศหรือเผยแพร่ให้ ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป ในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือวิธีการอื่นใดที่ประชาชนทั่วไป เข้าถึงโดยสะดวก และให้นำไปปิดประกาศไว้โดยเปิดเผย ณ สถานที่ที่กำหนด ได้แก่ ที่ทำการของ หน่วยงาน ศาลาว่าการกรุงเทพมาหนคร สำนักงานเขตศาลฯ กลางจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ/กิ่งอำเภอ ที่ทำการกำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน ที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อสังหาริมทรัพย์นั้นตั้งอยู่ สำหรับในกรณีเมื่อได้มีการกำหนดจำนวนเงินค่าทดแทนภาระในอสังหาริมทรัพย์แล้ว กฎหมายมิได้กำหนดให้มี การประกาศหรือเผยแพร่เช่นกรณีการเวนคืน ซึ่งในทางปฏิบัติ รฟม. จะแจ้งให้เจ้าของ/ผู้ครอบครองทราบโดยมีหนังสือเชิญมาตกลงทำสัญญากำหนดลักษณะภาระในอสังหาริมทรัพย์
ขั้นตอนการจัดทำสัญญาซื้อขาย/สัญญากำหนดลักษณะภาระทำอย่างไร
จำแนกเป็น 2 กรณี ดังนี้
(1) การทำสัญญาซื้อขาย/สัญญารับเงินค่าทดแทนตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืน
(1.1) รฟม. มีหนังสือเชิญผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนมาตกลงทำสัญญาซื้อขาย/สัญญารับเงิน ค่าทดแทนตามราคาและจำนวนเงินที่คณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นกำหนดภายใน 60 วัน นับแต่วันได้รับหนังสือ หากพ้นกำหนดเวลาที่กำหนด รฟม. จะนำเงินค่าทดแทนไปวาง
(1.2) เมื่อผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนมาตกลงทำสัญญาแล้ว รฟม. จะทำการเบิกจ่ายเงินค่าทดแทน ให้ภายใน 120 วันนับแต่วันทำสัญญา และในการจ่ายเงินค่าทดแทนจะมีหนังสือแจ้งผู้มีสิทธิ ได้รับเงินค่าทดแทน มารับเงินค่าทดแทนภายใน 15 วัน นับแต่วันได้รับหนังสือแจ้ง หากพ้น กำหนด รฟม. จะดำเนินการวางเงินค่าทดแทนต่อไป
(1.3) ในกรณีที่มีการจำนอง บุรมสิทธิ หรือทรัพยสิทธิอื่นเหนืออสังหาริมทรัพย์ รฟม. จะมีหนังสือ แจ้งให้คู่กรณีดังกล่าวมาทำความตกลงกับเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ด้วย หากคู่กรณีไม่สามารถ ตกลงกันได้ภายในเวลาที่กำหนด หน่วยงานก็จะดำเนินการวางเงินค่าทดแทนต่อไป
(2) การทำสัญญาซื้กำหนดลักษณะภาระในอสังหาริมทรัพย์ ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดหา อสังหาริมทรัพย์เพื่อกิจการขนส่งมวลชน
(2.1) หน่วยงานมีหนังสือเชิญผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนมาตกลงทำสัญญา กำหนดลักษณะ ภาระในอสังหาริมทรัพย์ ตามจำนวนเงินที่คณะกรรมการกำหนดจำนวนเงินค่าทดแทนกำหนด ภายใน 60 วัน นับแต่วันได้รับหนังสือ หากพ้นกำหนดเวลาที่กำหนด รฟม. จะนำเงินค่า ทดแทนไปวาง
(2.2) เมื่อผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนมาตกลงทำสัญญาแล้ว รฟม. จะทำการเบิกจ่ายเงินค่า ทดแทนให้ภายใน 120 วันนับแต่วันทำสัญญา และในการจ่ายเงินค่าทดแทนจะมีหนังสือ แจ้งผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทน มารับเงินค่าทดแทนภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง หากพ้นกำหนดหน่วยงานจะดำเนินการวางเงินค่าทดแทนต่อไป
(2.3) ในกรณีที่มีการจำนอง บุริมสิทธิ หรือทรัพยสิทธิอื่นเหนืออสังหาริมทรัพย์ หน่วยงานจะมี หนังสือแจ้งให้คู่กรณีดังกล่าวมาทำความตกลงกับเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ด้วย หากคู่กรณี ไม่สามารถตกลงกันได้ภายในเวลาที่กำหนด รฟม. ก็จะดำเนินการวางเงินค่าทดแทนต่อไป
การจ่ายเงินค่าทดแทนมีขั้นตอนอย่างไร
(1) การจ่ายเงินค่าทดแทนการเวนคืน
(1.1) กรณีการจ่ายเงินค่าทดแทนตามสัญญาซื้อขาย/สัญญารับเงินค่าทดแทน/รฟม. จะดำเนินการเบิกจ่ายเงินให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนภายใน 120 วัน นับแต่วันที่ทำสัญญาและในการจ่ายเงินค่าทดแทนจะมีหนังสือแจ้งให้มารับเงินภายใน 15 วัน หากไม่มารับเงินภายในกำหนด รฟม. จะนำเงินค่าทดแทนไปวางตามที่กฎหมายกำหนดต่อไป
(1.2) กรณีการจ่ายเงินค่าทดแทนที่วาง รฟม. จะดำเนินการวางเงินค่าทดแทนไปวางในกรณีที่ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนไม่มาตกลงทำสัญญาภายในเวลาที่กำหนด หรือไม่สามารถทำความตกลงแบ่งส่วน
ค่าทดแทนกับคู่กรณี (ผู้รับจำนอง ผู้ทรงบุริมสิทธิ ผู้ทรงทรัพยสิทธิ) หรือมาตกลงทำสัญญาแล้วแต่ไม่มารับเงิน
ค่าทดแทนภายในเวลาที่กำหนด โดยนำไปวางต่อศาลหรือสำนักงานวางทรัพย์หรือฝากไว้ที่ธนาคารออมสินแล้วแต่กรณี และมีหนังสือแจ้งให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนทราบการวางเงินค่าทดแทนดังกล่าว พร้อมทั้งแจ้งให้ทราบว่าหากมีความประสงค์จะขอรับเงินค่าทดแทนที่วางจะต้องแจ้งให้หน่วยงานทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า15 วัน ซึ่งเมื่อหน่วยงานได้รับแจ้งดังกล่าวแล้ว ก็จะมีหนังสือแจ้งศาล สำนักงานวางทรัพย์ หรือธนาคารออมสินให้ทำการเบิกจ่ายเงินหรือให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนต่อไป
(2) การจ่ายเงินค่าทดแทนภาระในอสังหาริมทรัพย์
(2.1) กรณีการจ่ายเงินค่าทดแทนตามสัญญากำหนดลักษณะภาระในอสังหาริมทรัพย์ เมื่อเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ตกลงทำสัญญากำหนดลักษณะภาระในอสังหาริมทรัพย์แล้ว รฟม. จะมีหนังสือแจ้งให้มารับเงินค่าทดแทนภายในกำหนด 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง และในการจ่ายเงินค่าทดแทน หน่วยงานจะแบ่งจ่ายเป็น 2 งวด งวดแรกร้อยละ 50 ของเงินค่าทดแทนตามสัญญาภายใน 45 วัน นับแต่วันตกลงทำสัญญาและงวดที่ 2 ร้อยละ 50 ของเงินค่าทดแทนตามสัญญา ในวันจดทะเบียนกำหนดลักษณะในอสังหาริมทรัพย์ ทั้งนี้ การจ่ายเงินค่าทดแทนดังกล่าจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ทำสัญญา ณ สำนักงาน
(2.2) กรณีการจ่ายเงินค่าทดแทนที่วางเมื่อเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ไม่มาตกลงทำสัญญากำหนดลักษณะภาระในอสังหาริมทรัพย์ภายในเวลาที่กำหนด หรือไม่สามารถทำความตกลงแบ่งส่วนเงินค่าทดแทนกับคู่กรณีผู้รับจำนอง ผู้ทรงบุริมสิทธิ หรือผู้ทรงทรัพยสิทธิเหนืออสังหาริมทรัพย์ หรือได้มาตกลงสัญญาแล้ว แต่ไม่รับเงินภายในเวลาที่กำหนด หน่วยงานจะนำเงินค่าทดแทนไปวางโดยฝากไว้ที่ธนาคารของรัฐ และมีหนังสือแจ้งให้เจ้าของ/ผู้ครอบครองทราบการวางเงินดังกล่าว หากมีความประสงค์จะขอรับเงินที่วางจะต้องแจ้งหน่วยงานทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน เพื่อหน่วยงานดำเนินการแจ้งธนาคารที่นำเงินไปวางไว้เบิกจ่ายเงินค่าทดแทนที่วางต่อไป
กรณีไม่สามารถทำสัญญาซื้อขาย/สัญญารับเงินค่าทดแทน/สัญญากำหนดลักษณะภาระใน อสังหาริมทรัพย์ได้ จะดำเนินการอย่างไร?
กรณีนี้กฎหมายเวนคืนกำหนดให้นำเงินค่าทดแทนไปวางต่อศาลหรือสำนักงานวางทรัพย์ หรือฝากไว้ที่ ธนาคารออมสิน ส่วนกฎหมายว่าด้วยการจัดหาอสังหาริมทรัพย์เพื่อกิจการขนส่งมวลชนกำหนดให้ นำเงินค่าทดแทนไปวางโดยฝากไว้ที่ธาคารของรัฐ ทั้งนี้ เพื่อให้หน่วยงานมีอำนาจเข้าไปครอบครองใช้ อสังหาริมทรัรพย์นั้นตามวัตถุประสงค์ต่อไปได้
ข้อคิดเห็น
0 ข้อคิดเห็น
บทความนี้ถูกปิดการแสดงข้อคิดเห็น